หาทนายความ ต้องใกล้ฉันไหม ทนายรับว่าความทั่วประเทศ ปรึกษาออนไลน์ได้จริงหรือ
เวลาเกิดเรื่อง คนส่วนใหญ่เริ่มจากค้นหา “ทนายความใกล้ฉัน” เพราะเข้าใจว่าต้องหาทนายความที่อยู่ในจังหวัดเดียวกับตัวเองหรือกับศาลเท่านั้น ความจริงใบอนุญาตให้เป็นทนายความออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 39 กำหนดใบอนุญาตไว้เพียงสองประเภทคือสองปีและตลอดชีพ ไม่มีใบอนุญาตแยกรายจังหวัด ทนายที่มีใบอนุญาตจึงรับว่าความทั่วประเทศได้ และตั้งแต่ศาลยุติธรรมมีระบบยื่นเอกสารและนั่งพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรึกษาทนายความออนไลน์และทำงานข้ามจังหวัดก็เป็นเรื่องปกติมากขึ้น หน้านี้อธิบายว่าการหาทนายแบบนี้ทำงานอย่างไร มีข้อจำกัดตรงไหน ต้องเตรียมอะไร และกรณีใดที่คุณยังต้องไปศาลด้วยตัวเอง
คดีอยู่ต่างจังหวัด แต่อยากคุยกับทนายก่อน? โทร 02-114-7674 หรือแอด LINE @thanadee.law สำนักงานทนายความทนายดีรับปรึกษาออนไลน์ได้ทุกจังหวัด และรับว่าความทั่วประเทศ ไม่ว่าคดีจะอยู่ศาลจังหวัดไหน
หาทนายความต้องเลือกทนายใกล้ฉันเท่านั้นไหม?
ไม่จำเป็น ทนายความที่มีใบอนุญาตจากสภาทนายความว่าความได้ในศาลยุติธรรมทั่วประเทศ เพราะพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ไม่ได้จำกัดเขตพื้นที่ของใบอนุญาต การเลือกทนายจึงควรดูที่ความถนัดในประเภทคดี ความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่าย และการสื่อสารมากกว่าระยะทาง ทนายในพื้นที่มีข้อดีเรื่องความสะดวกในการพบตัวและความคุ้นเคยกับศาลนั้น แต่ทนายจากจังหวัดอื่นก็เดินทางไปศาลหรือประสานทนายในพื้นที่ได้

สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ “ที่ตั้งสำนักงานทนาย” กับ “ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี” เป็นคนละเรื่องกัน ศาลที่คุณต้องขึ้นถูกกำหนดด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ เช่น ภูมิลำเนาของจำเลยหรือสถานที่เกิดเหตุ ส่วนทนายจะมาจากที่ไหนก็ได้ตราบที่มีใบอนุญาต ในทางปฏิบัติสำนักงานทนายความทนายดีมีสำนักงานหลักที่กรุงเทพฯ และรับคดีจากทุกจังหวัด โดยทำงานหลักผ่านเอกสาร โทรศัพท์ วิดีโอคอล และเมื่อถึงวันนัดที่ต้องมีทนายอยู่ในห้องพิจารณา ก็เดินทางไปเองหรือประสานเครือข่ายทนายในพื้นที่ตามความเหมาะสมของคดี ซึ่งจะแจ้งให้ลูกความทราบก่อนเสมอ ⚠️ ทนายต้องยืนยัน: แนวปฏิบัติเรื่องการประสานทนายในพื้นที่และการแจ้งลูกความ ให้ตรงกับที่สำนักงานทำจริง
ปรึกษาทนายความออนไลน์ได้จริงไหม กฎหมายรองรับหรือไม่?
ปรึกษาออนไลน์ได้จริง การให้คำปรึกษาเป็นเรื่องระหว่างทนายกับลูกความ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องพบกันต่อหน้า และทนายยังคงผูกพันตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 11 ที่ห้ามเปิดเผยความลับของลูกความไม่ว่าจะปรึกษาผ่านช่องทางใด ส่วนในชั้นศาล ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 4 ให้ศาลกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความร้องขอ

ข้อกำหนดฉบับเดียวกัน ข้อ 13 ให้ศาลกำหนดให้มีการนั่งพิจารณาและบันทึกคำเบิกความพยานโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยต้องไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความลดน้อยลง และข้อ 15 ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ในทางปฏิบัติจึงมีคดีแพ่งจำนวนมากที่ทั้งการยื่นฟ้อง การส่งเอกสาร และบางนัดพิจารณาทำผ่านระบบของศาลได้ อย่างไรก็ตาม การจะใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในนัดใดเป็นดุลพินิจของศาลแต่ละแห่งตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานศาลยุติธรรมประกาศ ไม่ใช่สิทธิที่คู่ความเลือกได้เองทุกกรณี ทนายจึงต้องตรวจสอบกับศาลที่รับผิดชอบคดีเป็นรายคดี
ปรึกษาทนายออนไลน์มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง?
ข้อดีคือประหยัดเวลาและค่าเดินทาง เริ่มปรึกษาได้เร็วในวันที่มีเรื่องเร่งด่วน ส่งเอกสารเป็นไฟล์ให้ทนายอ่านล่วงหน้าได้ และเลือกทนายที่ถนัดคดีประเภทนั้นโดยไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ข้อจำกัดคือทนายเห็นเฉพาะเอกสารที่คุณส่ง ถ้าส่งไม่ครบคำแนะนำอาจคลาดเคลื่อน เอกสารต้นฉบับบางอย่างยังต้องส่งตัวจริงตามมาภายหลัง และบางขั้นตอนของคดียังต้องมีคนไปศาลจริง

| ประเด็น | ปรึกษาออนไลน์ / โทร / LINE | พบที่สำนักงาน |
|---|---|---|
| ความเร็วในการเริ่ม | เริ่มได้ทันทีที่ส่งเอกสารและนัดเวลา | ต้องนัดและเดินทาง |
| ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง | ไม่มี | มี โดยเฉพาะข้ามจังหวัด |
| การดูเอกสารต้นฉบับ | ดูจากภาพถ่ายหรือสแกน ต้องส่งตัวจริงตามภายหลังเมื่อจำเป็น | ตรวจตัวจริงได้ทันที |
| การลงชื่อในเอกสารสำคัญ | ส่งไปรษณีย์หรือนัดลงชื่อภายหลัง | ลงชื่อได้ในวันเดียว |
| ความเป็นส่วนตัว | ทนายผูกพันมรรยาทข้อ 11 เท่ากัน แต่ผู้ปรึกษาต้องเลือกสถานที่และอุปกรณ์ที่ปลอดภัยเอง | ห้องประชุมของสำนักงาน |
| ความเหมาะสม | ปรึกษาเบื้องต้น ประเมินคดี ติดตามความคืบหน้า | คดีซับซ้อน เอกสารมาก หรือลูกความไม่ถนัดเทคโนโลยี |
ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาฯ ข้อ 4 เองก็ระบุให้ศาลคำนึงถึงความสะดวกและประหยัดสำหรับคู่ความที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนว่าการทำงานออนไลน์เป็นทางเลือกเพิ่ม ไม่ใช่การบังคับ หากคุณหรือผู้สูงอายุในครอบครัวไม่สะดวกใช้วิดีโอคอล การโทรศัพท์และส่งเอกสารทางไปรษณีย์ก็ยังใช้ได้ และสำหรับเรื่องที่มีเอกสารจำนวนมากอย่างคดีมรดก การนัดพบเพื่อไล่เอกสารร่วมกันสักครั้งมักคุ้มค่ากว่า
ก่อนปรึกษาทนายความครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เตรียมสามอย่างคือ ลำดับเหตุการณ์ เอกสาร และคำถาม เขียนลำดับเหตุการณ์สั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไร ใครเกี่ยวข้อง ถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารที่มีทั้งหมด เช่น สัญญา หนังสือทวงถาม หมายศาล แชท สลิปโอนเงิน บันทึกประจำวัน แล้วจดคำถามที่อยากรู้ไว้ล่วงหน้า ทนายจะประเมินได้แม่นขึ้นมากเมื่อเห็นเอกสารก่อนคุย และคุณจะใช้เวลาปรึกษาได้คุ้มกว่า

| ประเภทเรื่อง | เอกสารที่ควรส่งให้ทนายดูก่อน |
|---|---|
| ถูกฟ้อง / ได้รับหมายศาล | หมายศาลทุกหน้า สำเนาคำฟ้อง วันนัดที่ระบุในหมาย เอกสารที่เกี่ยวกับข้อพิพาท |
| คดีอาญา (ถูกแจ้งความหรือต้องการแจ้งความ) | หมายเรียก บันทึกประจำวัน หลักฐานการติดต่อ ภาพ คลิป รายชื่อพยาน |
| คดีครอบครัว / ฟ้องชู้ | ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร หลักฐานความสัมพันธ์ แชท ภาพ รายการทรัพย์สิน |
| คดีเช่าซื้อรถ / ไฟแนนซ์ | สัญญาเช่าซื้อ หนังสือบอกกล่าว ตารางค่างวด หลักฐานการชำระ หนังสือแจ้งขายทอดตลาด |
| หนี้สิน / กู้ยืม | สัญญากู้ หลักฐานการโอน แชทที่พูดถึงหนี้ หนังสือทวงถาม |
สิ่งที่ไม่ควรทำคือส่งเอกสารเฉพาะส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเอง ทนายจำเป็นต้องเห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนจึงจะวางแนวทางได้ถูก และตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 11 ทนายเปิดเผยความลับที่รู้ในหน้าที่ไม่ได้อยู่แล้ว การให้ข้อมูลครบจึงไม่มีอะไรต้องกังวล อีกเรื่องที่ควรถามตั้งแต่ครั้งแรกคือใครจะเป็นทนายผู้รับผิดชอบคดี เลขที่ใบอนุญาต และค่าใช้จ่ายโดยประมาณแบ่งเป็นค่าทนายกับค่าธรรมเนียมศาลอย่างไร
ทำงานกับทนายที่อยู่คนละจังหวัด มีขั้นตอนอย่างไร?
ขั้นตอนหลักคือ ปรึกษาและประเมินคดี ตกลงค่าจ้างและทำสัญญาจ้างว่าความ ลงชื่อในใบแต่งทนายความและเอกสารมอบอำนาจที่จำเป็น ส่งเอกสารต้นฉบับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ EMS จากนั้นทนายยื่นฟ้องหรือยื่นคำให้การ ซึ่งในคดีแพ่งอาจยื่นผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ของศาล แล้วรายงานความคืบหน้าทุกนัดผ่านโทรศัพท์หรือ LINE จนกว่าคดีจะเสร็จ

| ขั้นตอน | ทำผ่านช่องทางไหน | คุณต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| 1. ปรึกษาเบื้องต้นและประเมินคดี | โทร / LINE / วิดีโอคอล | เล่าเหตุการณ์ ส่งภาพเอกสาร |
| 2. ตกลงขอบเขตงานและค่าจ้าง | สัญญาจ้างว่าความเป็นหนังสือ | อ่านให้ครบก่อนลงชื่อ ถามทุกข้อที่ไม่เข้าใจ |
| 3. ใบแต่งทนายความและหนังสือมอบอำนาจ | ส่งไปรษณีย์ หรือนัดลงชื่อ | ลงชื่อด้วยตนเอง แนบสำเนาบัตรประชาชน ⚠️ ทนายต้องยืนยัน ว่ารับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ในกรณีใด |
| 4. ส่งเอกสารต้นฉบับ | ไปรษณีย์ลงทะเบียน / EMS | ถ่ายสำเนาเก็บไว้เองก่อนส่งทุกครั้ง |
| 5. ยื่นฟ้อง / ยื่นคำให้การ | ทนายยื่นต่อศาล (คดีแพ่งบางประเภทผ่าน e-Filing) | รอรับสำเนาที่ยื่นแล้ว |
| 6. นัดไกล่เกลี่ย / ชี้สองสถาน / สืบพยาน | ตามที่ศาลกำหนด อาจเป็นห้องพิจารณาหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ | ไปศาลตามนัดที่ทนายแจ้งว่าจำเป็น |
| 7. ฟังคำพิพากษาและขั้นตอนหลังคดี | ทนายแจ้งผลและทางเลือก (อุทธรณ์ / บังคับคดี) | ตัดสินใจภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายให้ |
ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ของศาลยุติธรรมมีข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการยื่น ส่ง และรับคำคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560 รองรับ โดยข้อ 4 ให้คู่ความหรือทนายความลงทะเบียนต่อศาลด้วยบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ ประเภทคดีและศาลที่เปิดใช้เป็นไปตามประกาศของสำนักงานศาลยุติธรรม ทนายจึงเป็นผู้ตรวจสอบว่าคดีของคุณยื่นผ่านระบบได้หรือต้องยื่นที่ศาล ส่วนหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ต้องติดต่อหน่วยงานอื่นแทนคุณ เช่น ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานที่ดิน มักต้องมีต้นฉบับพร้อมสำเนาบัตรและอาจต้องปิดอากรแสตมป์ ทนายจะแจ้งรายละเอียดเป็นรายกรณี
กรณีไหนต้องไปศาลด้วยตัวเอง แม้จะจ้างทนายแล้ว?
โดยหลักคดีอาญาที่คุณเป็นจำเลยต้องไปศาลด้วยตนเองในนัดสำคัญ เช่น นัดสอบคำให้การ นัดสืบพยาน และวันฟังคำพิพากษา เพราะการพิจารณาคดีอาญาต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ส่วนคดีแพ่งหลายขั้นตอนทนายดำเนินการแทนได้ แต่นัดไกล่เกลี่ยที่ต้องตัดสินใจเรื่องเงิน การเบิกความในฐานะพยาน และการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ มักต้องมีตัวคุณอยู่ด้วยหรือมีหนังสือมอบอำนาจที่ชัดเจน ⚠️ ทนายต้องยืนยัน รายการนัดที่จำเลย/โจทก์ต้องมาศาลเองตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและแพ่ง

คดีอาญามีเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่บ้าง เช่น ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. 2556 และประกาศสำนักงานศาลยุติธรรมเรื่องการขอปล่อยชั่วคราวทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งรวมอยู่ในชุดกฎหมายเกี่ยวกับการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักส่งเสริมงานตุลาการเผยแพร่ แต่การใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นดุลพินิจของศาลและมีเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ได้แปลว่าจำเลยไม่ต้องมาศาลเลย เรื่องการประกันตัวโดยเฉพาะยังต้องมีผู้ประกันและหลักประกันตามที่ศาลกำหนด สำหรับคดีแพ่ง หากคุณเป็นพยานปากสำคัญ ทนายจะแจ้งล่วงหน้าว่าต้องเบิกความวันไหน และหากศาลอนุญาตให้สืบพยานทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดฯ ข้อ 13 ก็อาจเบิกความจากสถานที่ที่ศาลกำหนดได้ กฎง่าย ๆ คือ ถ้าทนายบอกว่านัดนี้ต้องไป ให้ไป และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพราะการขาดนัดมีผลต่อคดีโดยตรง
ค่าใช้จ่ายเมื่อจ้างทนายต่างจังหวัด ต่างจากทนายในพื้นที่ไหม?
ต่างกันที่ค่าเดินทางและค่าที่พักของทนายในวันที่ต้องไปศาลเป็นหลัก ส่วนค่าทนายความสำหรับการทำงานคดีขึ้นอยู่กับความยากง่ายและขั้นตอนของคดี ไม่ได้ขึ้นกับระยะทาง ค่าธรรมเนียมศาลเป็นอัตราตามกฎหมายเท่ากันทุกจังหวัด ก่อนตกลงจ้างจึงควรขอให้ระบุในสัญญาว่าค่าจ้างครอบคลุมกี่นัด ค่าเดินทางคิดอย่างไร และค่าใช้จ่ายใดที่ลูกความต้องจ่ายเพิ่มเมื่อเกิดขึ้นจริง
ในบางคดีการจ้างทนายจากกรุงเทพฯ ไปว่าความต่างจังหวัดอาจมีต้นทุนเดินทางสูงกว่า แต่ถ้าคดีมีความซับซ้อนเฉพาะด้านหรือคุณต้องการทนายที่ทำคดีประเภทนั้นเป็นประจำ ต้นทุนส่วนนี้มักคุ้มค่า ทางกลับกันคดีที่ไม่ซับซ้อนและมีนัดหลายครั้ง การประสานทนายในพื้นที่ร่วมทำงานอาจประหยัดกว่า สำนักงานจะเสนอทางเลือกทั้งสองแบบพร้อมตัวเลขให้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 17 มีข้อจำกัดเรื่องการประกาศโฆษณาอัตราค่าจ้างว่าความ หน้านี้จึงไม่ระบุตัวเลข แต่แจ้งได้เป็นรายกรณีเมื่อได้ดูข้อเท็จจริงแล้ว ⚠️ ทนายต้องยืนยัน ขอบเขตของข้อ 17 กับการแจ้งค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์
จะรู้ได้อย่างไรว่าทนายที่ปรึกษาออนไลน์เป็นทนายจริง?
ขอดูใบอนุญาตให้เป็นทนายความและบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ ซึ่งข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ พ.ศ. 2555 ข้อ 6 ระบุว่าเป็นหลักฐานแสดงการเป็นทนายความ แล้วนำชื่อและเลขที่ใบอนุญาตไปยื่นคำขอตรวจสอบประวัติทนายความ (แบบ ท.8) ต่อสำนักงานทะเบียนทนายความ สภาทนายความ ค่าตรวจสอบฉบับละ 40 บาท ผลจะระบุสถานะทะเบียนและประวัติการถูกลงโทษคดีมรรยาท
การปรึกษาออนไลน์ทำให้การแอบอ้างง่ายขึ้น เพราะอีกฝ่ายเห็นเพียงหน้าจอ ทนายจริงจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธการแสดงเอกสาร และจะระบุชื่อจริง นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาตไว้ในสัญญาจ้างว่าความ นอกจากนี้ควรโอนค่าจ้างเข้าบัญชีในชื่อทนายหรือสำนักงานเท่านั้น และขอใบเสร็จทุกครั้ง หากพบผู้ที่รับปากผลคดี อ้างว่ารู้จักคนในศาล หรือเร่งให้โอนเงินก่อนเห็นเอกสารใด ๆ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 10 และหยุดไว้ก่อน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องหาทนายความและปรึกษาออนไลน์
ทนายกรุงเทพฯ รับคดีที่ศาลต่างจังหวัดได้ไหม?
ได้ ใบอนุญาตทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ไม่จำกัดเขตจังหวัด ทนายจึงว่าความได้ทุกศาลยุติธรรม เพียงแต่ต้องวางแผนเรื่องการเดินทางและค่าใช้จ่ายในวันนัดให้ชัดเจนกับลูกความตั้งแต่ต้น
ปรึกษาทนายผ่าน LINE ปลอดภัยไหม ข้อมูลจะรั่วหรือเปล่า?
ทนายผูกพันตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 11 ห้ามเปิดเผยความลับของลูกความไม่ว่าช่องทางใด ส่วนความปลอดภัยของอุปกรณ์และบัญชีเป็นสิ่งที่ผู้ปรึกษาต้องดูแลเอง เช่น ไม่ใช้เครื่องสาธารณะและไม่ส่งเอกสารผ่านกลุ่มที่มีคนอื่น
ต้องไปเซ็นใบแต่งทนายที่สำนักงานไหม?
ไม่จำเป็นต้องไปที่สำนักงาน สามารถลงชื่อในใบแต่งทนายความแล้วส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์พร้อมสำเนาบัตรประชาชนได้ ทนายจะแจ้งว่าต้องใช้กี่ชุดและเอกสารประกอบอะไรบ้างตามที่ศาลนั้นกำหนด
ยื่นฟ้องออนไลน์ได้ทุกคดีไหม?
ไม่ทุกคดี การยื่นผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา พ.ศ. 2560 และประกาศสำนักงานศาลยุติธรรมที่กำหนดประเภทคดีและศาลที่เปิดใช้ ทนายจะตรวจสอบเป็นรายคดีว่าคดีของคุณยื่นผ่านระบบได้หรือไม่
ถ้าไม่สะดวกใช้วิดีโอคอล ปรึกษาทางโทรศัพท์อย่างเดียวได้ไหม?
ได้ การปรึกษาเบื้องต้นทางโทรศัพท์ร่วมกับการส่งภาพเอกสารทาง LINE หรืออีเมลเพียงพอสำหรับการประเมินคดีในหลายกรณี และหากจำเป็นก็นัดพบที่สำนักงานหรือที่ศาลในวันนัดได้
จ้างทนายต่างจังหวัดแล้วต้องจ้างทนายในพื้นที่เพิ่มอีกคนไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับจำนวนนัดและลักษณะคดี บางคดีทนายผู้รับผิดชอบเดินทางไปเอง บางคดีการประสานทนายในพื้นที่ร่วมทำงานประหยัดกว่า สำนักงานจะเสนอทางเลือกพร้อมค่าใช้จ่ายให้เปรียบเทียบก่อน
หาทนายความฟรีได้ที่ไหน ถ้าไม่มีเงินจ้าง?
สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์มีสายด่วนปรึกษากฎหมาย โทร 1167 และมีโครงการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. 2529 ติดต่อได้ที่สภาทนายความหรือสภาทนายความจังหวัดในพื้นที่
แหล่งอ้างอิง: พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 33 และ 39 (ไฟล์ที่เผยแพร่โดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) · ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 10, 11 และ 17 · ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ พ.ศ. 2555 ข้อ 6 · คำขอตรวจสอบประวัติทนายความ (แบบ ท.8) · ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 4, 13, 15 · ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการยื่น ส่ง และรับคำคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560 ข้อ 4 · รวมกฎหมายเกี่ยวกับการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักส่งเสริมงานตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม (ข้อมูล ณ 9 กันยายน 2565) · หน้าติดต่อเรา lawyerscouncil.or.th
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายและวิธีปฏิบัติของศาล ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะราย การใช้วิธีพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์และนัดที่ต้องมาศาลขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลและประเภทคดี โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ · เขียน/ตรวจสอบโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี ใบอนุญาตเลขที่ · อัปเดต 22/09/2026