ทนายดีสำนักงานทนายความ
📞 02-114-7674🕒 จันทร์ - เสาร์ 08.30 - 20.00 น.📍 กรุงเทพมหานคร
⚖ ปรึกษากฎหมายฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

แต่งตั้งผู้จัดการมรดก มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องจ้างทนายไหม

ท
ตรวจสอบความถูกต้องโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี · อัปเดตล่าสุด 22 ก.ย. 2026

คำถามว่าแต่งตั้งผู้จัดการมรดก มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ตอบให้ตรงที่สุดคือค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นสามส่วนที่คนละเรื่องกัน ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมศาลซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ตายตัว ค่าขึ้นศาลสำหรับคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกคือ 200 บาท ส่วนที่สองคือค่าใช้จ่ายจิปาถะในชั้นศาล เช่น ค่าส่งหมาย ค่าประกาศ ค่ารับรองสำเนาคำสั่ง ซึ่งแต่ละศาลกำหนดอัตราต่างกันเล็กน้อย ส่วนที่สามคือค่าทนายความ ซึ่งไม่มีอัตรากลาง เป็นเรื่องที่ตกลงกันเองระหว่างผู้ว่าจ้างกับทนาย และไม่จำเป็นต้องจ้างเสมอไป หน้านี้แยกสามส่วนนี้ให้เห็นชัด พร้อมทางเลือกที่ไม่ต้องจ่ายค่าทนายเลย เพื่อให้คุณประเมินงบได้ก่อนตัดสินใจ

อยากรู้ค่าใช้จ่ายจริงสำหรับกรณีของคุณ? โทร 02-114-7674 หรือแอด LINE @thanadee.law เล่าข้อเท็จจริงให้ทนายฟัง แล้วขอใบประเมินค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตกลงจ้าง ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย รับว่าความทั่วประเทศ สำนักงานอยู่กรุงเทพฯ

แต่งตั้งผู้จัดการมรดก มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดแน่นอนมีเพียงค่าขึ้นศาล 200 บาท เพราะคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นในชั้นศาล เช่น ค่าส่งหมาย ค่าประกาศ และค่ารับรองสำเนาฉบับละ 50 บาท เป็นเงินหลักร้อยถึงหลักพันต้น ๆ ค่าทนายความคือตัวแปรใหญ่ที่สุด และเป็นส่วนเดียวที่คุณเลือกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่

แต่งตั้งผู้จัดการมรดก มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ โครงสร้างค่าใช้จ่าย 3 ส่วน ค่าขึ้นศาล ค่าใช้จ่ายชั้นศาล ค่าทนาย
โครงสร้างค่าใช้จ่ายในการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งเป็น 3 ส่วนที่คนละเรื่องกัน

เหตุที่คนมักสับสนเรื่องราคา เพราะตัวเลขที่ได้ยินจากแต่ละที่รวมของคนละอย่างเข้าด้วยกัน บางคนพูดถึงเฉพาะค่าขึ้นศาล บางคนพูดถึงยอดรวมที่จ่ายให้สำนักงานทนายซึ่งรวมค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าคัดเอกสารทั้งหมดไว้แล้ว ก่อนเปรียบเทียบราคาจากที่ใดก็ตาม ให้ถามเสมอว่าตัวเลขนั้นรวมอะไรบ้าง และมีรายการใดที่ต้องจ่ายเพิ่มภายหลัง ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละส่วนใครเป็นผู้กำหนด

ส่วนของค่าใช้จ่าย ใครกำหนด ตัวอย่างรายการ จ่ายให้ใคร
ค่าธรรมเนียมศาล กฎหมาย (ตารางท้าย ป.วิ.พ.) ค่าขึ้นศาล 200 บาท ค่ารับรองสำเนา 50 บาท/ฉบับ ศาล
ค่าใช้จ่ายในชั้นศาล ประกาศของแต่ละศาล ค่าส่งหมาย ค่าประกาศนัดไต่สวน ศาล / เจ้าพนักงาน
ค่าทนายความ ตกลงกันเอง ค่าร่างคำร้อง ค่าว่าความวันไต่สวน ค่าเดินทาง สำนักงานทนาย

ค่าธรรมเนียมศาลในการขอตั้งผู้จัดการมรดกคือเท่าไหร่?

ค่าขึ้นศาลคือ 200 บาทต่อเรื่อง ตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งกำหนดอัตราสำหรับคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ รวมถึงคดีไม่มีข้อพิพาท คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ไม่ว่ากองมรดกจะมีมูลค่าเท่าใด ศาลแพ่งพระโขนงและศาลแพ่งกรุงเทพใต้ยืนยันตัวเลข 200 บาทไว้ในคำถามที่พบบ่อยของศาลเช่นกัน

ค่าขึ้นศาลคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ค่าขึ้นศาลคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก 200 บาท ไม่ขึ้นกับมูลค่ากองมรดก

จุดที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ ค่าขึ้นศาลไม่ได้คิดตามมูลค่าทรัพย์มรดก เพราะการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคล ไม่ใช่การเรียกร้องเงินหรือทรัพย์จากใคร ต่างจากกรณีที่ทายาทฟ้องขอแบ่งมรดกเป็นคดีมีข้อพิพาท ซึ่งจะคิดค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ในอัตราร้อยละ 2 ของจำนวนที่เรียกร้อง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าครอบครัวของคุณตกลงกันไม่ได้และต้องฟ้องแบ่งทรัพย์ ค่าใช้จ่ายจะเป็นอีกระดับหนึ่ง อ่านรายละเอียดได้ที่ แบ่งมรดก เมื่อทายาทตกลงกันไม่ได้

นอกจากค่าขึ้นศาล ตาราง 2 ท้ายประมวลกฎหมายเดียวกันกำหนดค่าธรรมเนียมอื่นที่ผู้ร้องมักต้องจ่ายหลังศาลมีคำสั่ง ได้แก่ ค่ารับรองสำเนาเอกสารโดยหัวหน้าสำนักงานประจำศาล ฉบับละ 50 บาท และใบสำคัญแสดงว่าคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ฉบับละ 50 บาท เอกสารสองอย่างนี้คือสิ่งที่ธนาคารและสำนักงานที่ดินขอดูก่อนให้ผู้จัดการมรดกทำธุรกรรม จึงมักต้องขอหลายชุด

นอกจากค่าขึ้นศาล ต้องจ่ายอะไรอีกบ้างในชั้นศาล?

รายการที่พบบ่อยคือค่านำหมายหรือค่าส่งหมาย ค่าประกาศนัดไต่สวนเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ และค่าคัดถ่ายเอกสารจากศาล อัตราค่านำหมายแต่ละศาลกำหนดเองตามระยะทางและมีระบบค้นหาอัตราค่านำหมายของศาลยุติธรรมให้ตรวจสอบได้ ค่าประกาศขึ้นกับวิธีที่ศาลใช้ เช่น ประกาศทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลหรือลงหนังสือพิมพ์ รวมกันโดยทั่วไปเป็นเงินหลักร้อยถึงหลักพัน

ค่าใช้จ่ายอื่นในชั้นศาลคดีขอตั้งผู้จัดการมรดก ค่าส่งหมาย ค่าประกาศนัดไต่สวน ค่ารับรองสำเนาคำสั่ง
ค่าใช้จ่ายจิปาถะในชั้นศาลที่ควรเผื่อไว้นอกเหนือจากค่าขึ้นศาล

ตัวอย่างที่เห็นภาพคือเอกสารแนะนำของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายจังหวัดชลบุรี ซึ่งระบุให้ผู้ร้องเตรียม “ค่าธรรมเนียมศาล 1,500 บาท” ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าขึ้นศาล 200 บาท เพราะรวมค่าใช้จ่ายในชั้นศาลรายการอื่นเข้าไว้ด้วยกัน และเป็นตัวเลขของศาลในพื้นที่นั้นในช่วงเวลาที่จัดทำเอกสาร ศาลอื่นอาจต่างออกไป ⚠️ ทนายต้องยืนยันยอดที่ศาลในเขตของลูกความเรียกเก็บจริง ณ วันยื่น

อีกรายการที่หลายคนลืมคือค่าใช้จ่ายในการรวบรวมเอกสารก่อนยื่น เช่น ค่าคัดสำเนาทะเบียนบ้าน ค่าคัดหนังสือข้อมูลทะเบียนครอบครัวจากสำนักงานเขต ค่าคัดมรณบัตรของบิดามารดาเจ้ามรดก และค่าเดินทางของทายาทที่ต้องมาลงชื่อให้ความยินยอม รายการเหล่านี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมศาลแต่เป็นเงินที่ต้องจ่ายจริง หากทายาทอยู่ต่างประเทศ หนังสือให้ความยินยอมต้องมีกงสุลหรือโนตารีรับรองลายมือชื่อ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามอัตราของหน่วยงานนั้น

แต่งตั้งผู้จัดการมรดก ต้องจ้างทนายไหม?

ไม่บังคับ ศาลแพ่งพระโขนงระบุในคำถามที่พบบ่อยว่า การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ไม่มีผู้คัดค้าน ไม่จำเป็นต้องมีทนายความดำเนินการให้ก็ได้ ทายาทยื่นเองได้ หรือขอให้พนักงานอัยการยื่นให้โดยไม่เสียค่าบริการ ทนายความจึงเป็นทางเลือกเพื่อความสะดวก ความเร็ว และเพื่อรับมือกรณีที่มีความซับซ้อน ไม่ใช่เงื่อนไขที่ศาลกำหนด

ค่าทนายแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ตกลงกันเองระหว่างผู้ว่าจ้างกับทนาย ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
ค่าทนายไม่มีอัตรากลาง ตกลงกันเองตามขอบเขตงานและความซับซ้อน

กรณีที่การมีทนายมักคุ้มค่า ได้แก่ ทายาทบางคนไม่ยินยอมหรือติดต่อไม่ได้ มีผู้คัดค้านหรือคาดว่าจะมี มีพินัยกรรมที่ทายาทบางส่วนโต้แย้ง ทรัพย์มรดกมีหลายประเภทกระจายหลายจังหวัด เจ้ามรดกมีหนี้สินที่เจ้าหนี้ไล่ตาม หรือผู้ร้องไม่สะดวกไปศาลเองในวันเวลาราชการ ในสถานการณ์เหล่านี้ทนายไม่ได้แค่ร่างคำร้อง แต่ทำหน้าที่วางรูปคดี เตรียมพยาน และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไต่สวน ซึ่งเป็นงานที่ทายาททั่วไปทำเองได้ยาก

ตรงกันข้าม ถ้าทายาทมีไม่กี่คน ทุกคนยินยอมและพร้อมลงชื่อ เอกสารครบ ทรัพย์มีเพียงบัญชีเงินฝากหรือที่ดินแปลงเดียว การยื่นเองหรือผ่านอัยการเป็นทางเลือกที่ประหยัดและได้ผลเหมือนกัน เพราะคำสั่งศาลที่ได้มีน้ำหนักเท่ากันไม่ว่าใครเป็นผู้ยื่น ใครมีสิทธิ์ยื่นและขั้นตอนไต่สวนเป็นอย่างไร อ่านที่หน้า ผู้จัดการมรดก ตั้งอย่างไร ใครมีสิทธิ์เป็น

ค่าทนายแต่งตั้งผู้จัดการมรดก คิดจากอะไร?

ค่าทนายในคดีนี้ไม่มีอัตราที่กฎหมายกำหนด สำนักงานทนายส่วนใหญ่คิดเป็นราคาเหมาต่อคดีสำหรับกรณีไม่มีผู้คัดค้าน โดยครอบคลุมการตรวจเอกสาร ร่างคำร้อง ยื่นศาล และว่าความในวันไต่สวนหนึ่งนัด ราคาจะสูงขึ้นเมื่อมีผู้คัดค้าน ต้องสืบพยานหลายนัด ทายาทกระจายอยู่หลายที่ ศาลอยู่ต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางไกล หรือมีงานต่อเนื่องหลังได้คำสั่ง เช่น ช่วยจัดการโอนทรัพย์

สิ่งที่ควรขอให้ทนายระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตกลงคือ ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่ รวมค่าเดินทางและค่าคัดเอกสารหรือไม่ ครอบคลุมกี่นัด ถ้ามีผู้คัดค้านโผล่มาระหว่างทางจะคิดเพิ่มอย่างไร และงานหลังได้คำสั่ง เช่น การขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หรือการไปสำนักงานที่ดินด้วย อยู่ในราคาหรือไม่ การถามให้ครบตั้งแต่ต้นจะป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องยอดที่ต้องจ่ายในภายหลัง

รูปแบบการจ่ายที่พบบ่อยคือแบ่งเป็นสองงวด งวดแรกเมื่อเริ่มงานและยื่นคำร้อง งวดที่สองเมื่อศาลมีคำสั่ง บางสำนักงานรับเป็นยอดเดียวตอนเริ่ม สำนักงานทนายดีไม่ระบุตัวเลขค่าบริการบนหน้านี้ เพราะราคาจริงประเมินได้เมื่อทนายเห็นเอกสารและทราบจำนวนทายาทกับประเภททรัพย์แล้ว โทรหรือทัก LINE เพื่อขอตัวเลขสำหรับกรณีของคุณโดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม

ปัจจัย มักทำให้ค่าทนายต่ำ มักทำให้ค่าทนายสูง
ท่าทีของทายาท ทุกคนยินยอม ลงชื่อครบ มีผู้คัดค้าน หรือติดต่อทายาทบางคนไม่ได้
พินัยกรรม ไม่มี หรือมีและไม่มีใครโต้แย้ง มีพินัยกรรมหลายฉบับ หรือถูกโต้แย้งความสมบูรณ์
ทรัพย์มรดก บัญชีเงินฝาก ที่ดินแปลงเดียว หลายประเภท หลายจังหวัด มีหนี้สิน มีธุรกิจ
ศาลที่ยื่น ศาลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ศาลต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางค้างคืน
ขอบเขตงาน ถึงวันศาลมีคำสั่ง รวมงานโอนทรัพย์ แบ่งมรดก และเจรจาเจ้าหนี้

ไม่มีเงินจ้างทนาย ขอตั้งผู้จัดการมรดกผ่านอัยการได้ไหม?

ได้ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.) ในทุกจังหวัด รวมถึงสำนักงานอัยการสูงสุดที่อาคารหลักเมืองในกรุงเทพฯ รับยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกให้ประชาชนโดยไม่เสียค่าบริการ เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการตามกฎหมาย ผู้ร้องคงเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมในชั้นศาลตามที่ศาลกำหนด

ยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกผ่านอัยการ สคช. ไม่เสียค่าบริการ เสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาล เงื่อนไขทายาททุกคนยินยอม
ทางเลือกผ่านอัยการ ไม่มีค่าทนาย แต่มีเงื่อนไขเรื่องเอกสารและความยินยอมของทายาท

เงื่อนไขสำคัญคือทายาทต้องจัดเตรียมเอกสารครบถ้วน และทายาททุกคนต้องให้ความยินยอมในการขอตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้จัดการมรดก ถ้าทายาทคนใดไม่ยินยอมหรือมีข้อพิพาท อัยการจะไม่รับดำเนินการให้ในช่องทางนี้ และผู้ร้องต้องยื่นเองหรือจ้างทนาย เอกสารที่อัยการต้องการใกล้เคียงกับที่ศาลต้องการ เช่น ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ตาย มรณบัตร ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า หนังสือข้อมูลทะเบียนครอบครัว บัญชีเครือญาติ หนังสือให้ความยินยอมของทายาท และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก โดยต้องทำสำเนาหลายชุดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

ข้อที่ควรเผื่อคือเวลา เพราะอัยการรับเรื่องจำนวนมาก ศาลแพ่งพระโขนงแนะนำว่าหากยื่นเรื่องต่อสำนักงานอัยการสูงสุดแล้วสองเดือนยังไม่มีการติดต่อกลับ ให้ผู้ร้องโทรสอบถามสถานะ สำหรับผู้ที่ทรัพย์ต้องรีบจัดการ เช่น บัญชีเงินฝากที่ต้องใช้จ่ายค่างานศพหรือหนี้ที่มีกำหนดชำระ การจ้างทนายเพื่อให้ได้คำสั่งเร็วขึ้นอาจคุ้มกว่าการรอคิว ส่วนใครเป็นทายาทลำดับใดและต้องเรียกใครมาให้ความยินยอมบ้าง ดูที่ ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ

หลังศาลมีคำสั่งแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกไหม?

มี และมักเป็นยอดที่ใหญ่กว่าค่าใช้จ่ายในชั้นศาล รายการแรกคือค่าคัดถ่ายคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ฉบับละ 50 บาท ซึ่งต้องขอหลายชุดเพื่อยื่นธนาคารและสำนักงานที่ดิน รายการถัดมาคือค่าธรรมเนียมและภาษีในการโอนทรัพย์แต่ละรายการ เช่น ค่าจดทะเบียนโอนมรดกที่ดิน ค่าโอนรถ และภาษีมรดกในกรณีที่กองมรดกมีมูลค่าถึงเกณฑ์

ค่าใช้จ่ายหลังศาลสั่งตั้งผู้จัดการมรดก คัดถ่ายคำสั่ง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ค่าโอนทรัพย์ ภาษีมรดก
ค่าใช้จ่ายหลังได้คำสั่งศาลมักสูงกว่าค่าใช้จ่ายในชั้นศาล โดยเฉพาะค่าโอนทรัพย์

ศาลแพ่งพระโขนงอธิบายลำดับเวลาไว้ว่า หลังศาลมีคำสั่งประมาณ 10 วันทำการ ผู้ร้องสามารถสอบถามเพื่อขอคัดถ่ายคำสั่งได้ และเมื่อพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันนัดไต่สวนและมีคำสั่ง จึงยื่นขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด สำนักงานที่ดินและธนาคารหลายแห่งขอดูเอกสารสองอย่างนี้ประกอบกัน ค่าใช้จ่ายส่วนโอนที่ดินขึ้นกับราคาประเมินและความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับเจ้ามรดก อ่านรายละเอียดที่ มรดกที่ดิน โอนอย่างไร และเรื่องเกณฑ์ภาษีที่ ภาษีมรดก ต้องเสียเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการตั้งผู้จัดการมรดก เบิกจากกองมรดกได้ไหม?

โดยหลักแล้วค่าใช้จ่ายที่ทำไปเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกองมรดก เช่น ค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดก เป็นหนี้ของกองมรดกที่นำมาหักก่อนแบ่งให้ทายาทได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จัดลำดับให้ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกันของกองมรดกอยู่ในลำดับต้น ส่วนค่าทนายที่ทายาทคนหนึ่งจ้างเองเพื่อประโยชน์ของตน ทายาทคนอื่นอาจโต้แย้งได้ว่าไม่ใช่หนี้กองมรดก ⚠️ ทนายต้องยืนยันขอบเขตตามมาตรา 1739 และแนวคำพิพากษา

ทางปฏิบัติที่ลดข้อพิพาทคือตกลงกันในหมู่ทายาทตั้งแต่แรกว่าใครจะออกค่าใช้จ่ายในชั้นศาลและค่าทนายไปก่อน และจะหักคืนจากกองมรดกอย่างไร แล้วบันทึกไว้เป็นหนังสือ พร้อมเก็บใบเสร็จทุกรายการ เมื่อผู้จัดการมรดกทำบัญชีทรัพย์มรดกและบัญชีค่าใช้จ่าย ทายาทจะตรวจสอบได้และไม่กลายเป็นเหตุทะเลาะกันภายหลัง

อีกประเด็นที่ถามกันบ่อยคือผู้จัดการมรดกเองมีสิทธิได้ค่าตอบแทนหรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วางหลักว่าผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จจากกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมหรือทายาทโดยจำนวนข้างมากจะกำหนดให้ ⚠️ ทนายต้องยืนยันเลขมาตรา 1721 และถ้อยคำปัจจุบัน ดังนั้นการที่ญาติคนหนึ่งรับเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่ได้หมายความว่าจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มโดยอัตโนมัติ

จ้างทนายแล้วใช้เวลานานไหม ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามเวลาหรือเปล่า?

ค่าทนายแบบเหมาต่อคดีไม่เพิ่มตามจำนวนวันที่รอศาล แต่จะเพิ่มเมื่อมีนัดเพิ่มหรือมีเหตุการณ์ที่อยู่นอกขอบเขตที่ตกลง เช่น มีผู้คัดค้าน ระยะเวลาจากวันยื่นถึงวันไต่สวนขึ้นกับคิวของแต่ละศาล กรณีไม่มีผู้คัดค้านศาลมักไต่สวนเสร็จในนัดเดียวและมีคำสั่งในวันนั้นหรือหลังจากนั้นไม่นาน จากนั้นใช้เวลาอีกราวหนึ่งเดือนจึงขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดได้

สิ่งที่ทำให้เวลายืดและค่าใช้จ่ายบาน มักไม่ใช่ตัวศาลแต่เป็นเอกสารที่ไม่ครบ เช่น ไม่มีมรณบัตรของบิดามารดาเจ้ามรดกซึ่งแก้ได้ด้วยแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรจากสำนักงานเขต หรือทายาทที่อยู่ต่างประเทศยังไม่ได้รับรองลายมือชื่อ การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนนัดทนายจึงเป็นวิธีประหยัดที่ได้ผลที่สุด ทนายจะบอกรายการเอกสารให้ในการปรึกษาครั้งแรก และถ้าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมไว้ ควรนำต้นฉบับมาด้วยเพื่อให้ทนายตรวจความสมบูรณ์ตามที่อธิบายไว้ในหน้า พินัยกรรม เขียนอย่างไรให้มีผล

สำนักงานทนายดีรับคดีมรดกทั่วประเทศ โดยสำนักงานหลักอยู่ที่กรุงเทพฯ กรณีศาลอยู่ต่างจังหวัด ค่าเดินทางจะระบุแยกในใบประเมินเพื่อให้เทียบกับการจ้างทนายในพื้นที่ได้อย่างตรงไปตรงมา โทร 02-114-7674 หรือ LINE @thanadee.law หน้ารวมเรื่องมรดกทั้งหมดอยู่ที่ มรดก แบ่งอย่างไรตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องค่าใช้จ่ายแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

ค่าขึ้นศาลขอตั้งผู้จัดการมรดกกี่บาท?

200 บาทต่อเรื่อง ตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ไม่ขึ้นกับมูลค่าทรัพย์มรดก

ค่าใช้จ่ายรวมในชั้นศาลประมาณเท่าไหร่?

ค่าขึ้นศาล 200 บาท บวกค่าส่งหมาย ค่าประกาศ และค่ารับรองสำเนาฉบับละ 50 บาท ยอดรวมต่างกันตามศาล เอกสารของ สคช. ชลบุรีเคยแนะนำให้เตรียม 1,500 บาท ควรสอบถามศาลที่จะยื่นหรือให้ทนายตรวจสอบก่อน

ต้องจ้างทนายไหม?

ไม่บังคับ กรณีไม่มีผู้คัดค้าน ทายาทยื่นเองหรือให้พนักงานอัยการยื่นให้ได้ ทนายเป็นทางเลือกเมื่อต้องการความเร็ว ความสะดวก หรือคดีมีความซับซ้อน

ยื่นผ่านอัยการเสียค่าใช้จ่ายไหม?

ไม่เสียค่าบริการ เสียเฉพาะค่าธรรมเนียมในชั้นศาล แต่มีเงื่อนไขว่าเอกสารต้องครบและทายาททุกคนต้องยินยอม

ทนายคิดค่าแต่งตั้งผู้จัดการมรดกยังไง?

ส่วนใหญ่คิดเหมาต่อคดีสำหรับกรณีไม่มีผู้คัดค้าน และปรับตามจำนวนนัด ผู้คัดค้าน ทรัพย์ และระยะทางไปศาล ควรขอใบประเมินที่ระบุว่ารวมค่าธรรมเนียมศาลและค่าเดินทางหรือไม่

ค่าธรรมเนียมศาลหักจากกองมรดกได้ไหม?

ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกองมรดกโดยหลักหักจากกองมรดกก่อนแบ่งได้ ส่วนค่าทนายที่ทายาทคนเดียวจ้างเพื่อประโยชน์ตนอาจถูกโต้แย้ง ควรตกลงกันเป็นหนังสือตั้งแต่ต้น

ผู้จัดการมรดกได้ค่าตอบแทนไหม?

โดยหลักไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จจากกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมหรือทายาทโดยจำนวนข้างมากกำหนดให้

ค่าคัดถ่ายคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดกี่บาท?

ฉบับละ 50 บาทต่ออย่าง ตามตาราง 2 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มักต้องขอหลายชุดเพื่อยื่นธนาคารและสำนักงานที่ดิน

แหล่งอ้างอิง: ตารางค่าธรรมเนียมศาลท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (เผยแพร่โดยศาลอุทธรณ์ภาค 7, appealc7.coj.go.th) · คำถาม-คำตอบคดีจัดการมรดก ศาลแพ่งพระโขนง (civilpkc.coj.go.th) · ข้อพิจารณาเบื้องต้นในการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (civilbsc.coj.go.th) · สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครปฐม และเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องของ สคช. ชลบุรี (ago.go.th) · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก

ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับศาล ข้อเท็จจริง และขอบเขตงานที่ตกลง โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ · เขียน/ตรวจสอบโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี ใบอนุญาตเลขที่ · อัปเดต 22/09/2026

มีปัญหาเรื่องนี้อยู่? ปรึกษาทนายฟรี

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทนายมีใบอนุญาตพร้อมช่วยเหลือคุณ

Share with