ทนายดีสำนักงานทนายความ
📞 02-114-7674🕒 จันทร์ - เสาร์ 08.30 - 20.00 น.📍 กรุงเทพมหานคร
⚖ ปรึกษากฎหมายฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คดีแพ่งคืออะไร ต่างจากคดีอาญาอย่างไร ใครฟ้อง ผลของคดี อายุความ และขั้นตอน

ท
ตรวจสอบความถูกต้องโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี · อัปเดตล่าสุด 22 ก.ย. 2026

คำว่า คดีแพ่ง และ คดีอาญา ได้ยินกันบ่อย แต่หลายคนยังแยกไม่ออกว่าเรื่องของตัวเองเป็นคดีประเภทไหน จะไปแจ้งความหรือต้องฟ้องเอง และผลสุดท้ายจะเป็นค่าเสียหายหรือโทษจำคุก หน้านี้อธิบายจากตัวบทกฎหมายโดยตรง ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าคดีแพ่งคืออะไร ต่างจากคดีอาญาตรงไหนใน 4 จุดสำคัญ คือ ผู้ฟ้อง ผลของคดี มาตรฐานการพิสูจน์ และอายุความ พร้อมตัวอย่างประเภทคดีและขั้นตอนเบื้องต้น เพื่อให้คุณประเมินสถานการณ์ของตัวเองได้ก่อนคุยกับทนายความ

ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องของคุณเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา? โทร 02-114-7674 หรือแอด LINE @thanadee.law เพื่อเล่าข้อเท็จจริงให้ทนายความประเมินเบื้องต้น สำนักงานอยู่กรุงเทพฯ และรับว่าความทั่วประเทศผ่านการปรึกษาออนไลน์และเครือข่ายทนายท้องถิ่น

คดีแพ่งคืออะไร?

คดีแพ่ง คือ คดีที่เกิดจากข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง หรือกรณีที่บุคคลจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ให้บุคคลนั้นเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ พูดง่าย ๆ คือเป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน เช่น ผิดสัญญา ไม่ชำระหนี้ ละเมิด มรดก หรือครอบครัว ที่ฝ่ายหนึ่งขอให้ศาลบังคับอีกฝ่ายให้ชำระหนี้ ชดใช้ค่าเสียหาย หรือรับรองสิทธิ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐลงโทษ

คดีแพ่งคืออะไร ข้อพิพาทเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างเอกชน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55
คดีแพ่งคืออะไร ข้อพิพาทเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างเอกชน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55

หัวใจของคดีแพ่งอยู่ที่คำว่า “ถูกโต้แย้งสิทธิ” ถ้าไม่มีใครโต้แย้งสิทธิของเรา หรือเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล ก็ยังไม่มีเหตุให้ฟ้อง กฎหมายที่ใช้ตัดสินเนื้อหาของคดีส่วนใหญ่อยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนวิธีการดำเนินคดีในศาลอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีแพ่งที่สำนักงานทนายดีรับดูแลอยู่แล้ว เช่น คดีมรดก คดีครอบครัว และคดีเช่าซื้อรถกับไฟแนนซ์ ล้วนเป็นคดีแพ่งทั้งสิ้น

คดีอาญาคืออะไร ต่างจากคดีแพ่งตรงไหน?

คดีอาญา คือ คดีที่รัฐดำเนินการเพื่อลงโทษผู้กระทำการที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วางหลักว่าบุคคลจะต้องรับโทษทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ จุดต่างสำคัญจากคดีแพ่งคือ คดีอาญาเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับผู้ถูกกล่าวหา ผลลัพธ์คือโทษ ไม่ใช่การชดใช้ระหว่างเอกชน

คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร ใครเป็นผู้ฟ้อง ผลของคดี และมาตรฐานการพิสูจน์
คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร ใครเป็นผู้ฟ้อง ผลของคดี และมาตรฐานการพิสูจน์

ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างหลักที่คนค้นหาคำว่า “คดีแพ่ง อาญา คือ” ต้องการรู้ โดยแต่ละหัวข้อจะขยายความในหัวข้อถัดไป

ประเด็น คดีแพ่ง คดีอาญา
คู่ความ เอกชนกับเอกชน (โจทก์–จำเลย) รัฐ (พนักงานอัยการ) หรือผู้เสียหาย กับจำเลย
ใครเริ่มคดี ผู้ถูกโต้แย้งสิทธิยื่นฟ้องเอง (ป.วิ.พ. ม.55) พนักงานอัยการหรือผู้เสียหาย (ป.วิ.อ. ม.28)
ผลของคดี ชำระหนี้ ค่าเสียหาย บังคับตามสัญญา บังคับคดีกับทรัพย์สิน ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน (ป.อ. ม.18)
ภาระและมาตรฐานการพิสูจน์ ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงมีภาระพิสูจน์ (ป.วิ.พ. ม.84/1) ศาลต้องแน่ใจว่ากระทำผิดจริง สงสัยตามสมควรยกประโยชน์ให้จำเลย (ป.วิ.อ. ม.227)
อายุความ ทั่วไป 10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30) มีอายุความสั้นเฉพาะเรื่อง 1–20 ปีตามอัตราโทษ (ป.อ. ม.95) ความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ใน 3 เดือน (ม.96)
กฎหมายวิธีพิจารณา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ใครเป็นคนฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญา?

คดีแพ่งผู้เสียหายต้องฟ้องเองเสมอ เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 55 ให้สิทธิแก่ “บุคคลที่ถูกโต้แย้งสิทธิ” เป็นผู้เสนอคดีต่อศาล ไม่มีหน่วยงานรัฐใดฟ้องแทนให้ ส่วนคดีอาญา ป.วิ.อ. มาตรา 28 กำหนดผู้มีอำนาจฟ้องไว้ 2 ฝ่าย คือ พนักงานอัยการ และผู้เสียหาย ดังนั้นในคดีอาญาผู้เสียหายจึงมีทางเลือกว่าจะแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจสอบสวนแล้วส่งอัยการฟ้อง หรือจะจ้างทนายความยื่นฟ้องต่อศาลเองก็ได้

ความต่างนี้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและภาระของผู้เสียหายโดยตรง คดีอาญาที่รัฐดำเนินการ ผู้เสียหายเพียงร้องทุกข์และให้ข้อมูลพยานหลักฐาน แต่ถ้าผู้เสียหายฟ้องเอง ป.วิ.อ. มาตรา 162 (1) กำหนดให้ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่โจทก์ต้องนำพยานมาแสดงให้ศาลเห็นว่าคดีมีมูล ต่างจากคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง ส่วนคดีแพ่ง โจทก์ต้องเป็นผู้จัดทำคำฟ้อง เสียค่าธรรมเนียมศาล และดำเนินคดีทุกขั้นตอนเอง จึงมักต้องใช้ทนายความตั้งแต่ต้น

ข้อสังเกตอีกจุดคือ คดีอาญาบางประเภทเป็น “ความผิดอันยอมความได้” เช่น หมิ่นประมาท (ป.อ. ม.333) ฉ้อโกงทั่วไป (ม.348) และยักยอก (ม.356) ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนได้ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 และผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความได้ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (2) หากเรื่องของคุณเข้าข่ายความผิดกลุ่มนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มที่ คดีฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และ หมิ่นประมาท

ผลของคดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร ค่าเสียหายหรือจำคุก?

ผลของคดีแพ่งคือคำพิพากษาให้ชำระหนี้ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ส่งมอบทรัพย์สิน หรือกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หากฝ่ายแพ้ไม่ปฏิบัติตาม ฝ่ายชนะขอให้บังคับคดีได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ส่วนผลของคดีอาญาคือโทษตาม ป.อ. มาตรา 18 ซึ่งมี 5 สถาน ได้แก่ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน แพ้คดีแพ่งจึงไม่มีโทษจำคุก

ผลของคดีแพ่งคือค่าเสียหายและการบังคับคดี ผลของคดีอาญาคือโทษ 5 สถานตาม ป.อ. มาตรา 18
ผลของคดีแพ่งคือค่าเสียหายและการบังคับคดี ผลของคดีอาญาคือโทษ 5 สถานตาม ป.อ. มาตรา 18

ค่าเสียหายในคดีแพ่งไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ป.พ.พ. มาตรา 222 กำหนดให้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้เพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดจากการไม่ชำระหนี้ และรวมถึงความเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษที่คู่กรณีคาดเห็นหรือควรคาดเห็นได้ล่วงหน้า ส่วนกรณีละเมิด มาตรา 420 กำหนดให้ผู้ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เสียหายต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

ข้อที่มักเข้าใจผิดคือ “โทษปรับ” ในคดีอาญากับ “ค่าเสียหาย” ในคดีแพ่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ค่าปรับเป็นเงินที่จ่ายให้รัฐเพราะกระทำผิดกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายเป็นเงินที่จ่ายให้ผู้เสียหายเพื่อชดเชยความสูญเสีย ผู้กระทำผิดจึงอาจต้องรับผิดทั้งสองทางในเรื่องเดียวกันได้ และ ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ยังเปิดทางให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนเข้าไปในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีแพ่งแยกต่างหาก

มาตรฐานการพิสูจน์ในคดีแพ่งและคดีอาญาต่างกันอย่างไร?

คดีแพ่งใช้หลัก “ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นพิสูจน์” ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84/1 คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตนมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น และมาตรา 104 ให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ในการวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อฟังหรือไม่ ส่วนคดีอาญา ป.วิ.อ. มาตรา 227 บังคับว่าศาลจะพิพากษาลงโทษได้ต่อเมื่อแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำ หากสงสัยตามสมควรต้องยกประโยชน์ให้จำเลย

มาตรฐานการพิสูจน์ คดีแพ่งผู้กล่าวอ้างมีภาระพิสูจน์ คดีอาญาศาลต้องแน่ใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง
มาตรฐานการพิสูจน์ คดีแพ่งผู้กล่าวอ้างมีภาระพิสูจน์ คดีอาญาศาลต้องแน่ใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง

ในทางปฏิบัติจึงพูดกันว่าคดีแพ่งศาลชั่งน้ำหนักว่าพยานหลักฐานของฝ่ายใดน่าเชื่อถือกว่า ขณะที่คดีอาญาโจทก์ต้องนำสืบให้ปราศจากข้อสงสัยตามสมควร ⚠️ ทนายต้องยืนยัน (ถ้อยคำ “น่าเชื่อถือกว่า” เป็นคำอธิบายทั่วไป ตัวบท ป.วิ.พ. ใช้คำว่าศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่) ผลที่ตามมาคือ เรื่องเดียวกันอาจแพ้ในคดีอาญาเพราะพยานหลักฐานไม่ถึงขั้นแน่ใจ แต่ยังชนะในคดีแพ่งได้ เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา 47 กำหนดให้คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่ากระทำผิดอาญาหรือไม่

ในทางกลับกัน ถ้าคดีอาญาตัดสินไปแล้ว ป.วิ.อ. มาตรา 46 กำหนดให้ศาลที่พิพากษาคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา การวางลำดับว่าจะดำเนินคดีอาญาก่อนหรือฟ้องแพ่งก่อนจึงเป็นเรื่องกลยุทธ์ที่ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

คดีแพ่งมีอะไรบ้าง ตัวอย่างประเภทคดีที่พบบ่อยคืออะไร?

คดีแพ่งที่พบบ่อยแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามบรรพของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ คดีหนี้และสัญญา เช่น กู้ยืมเงิน ซื้อขาย เช่าซื้อ ค้ำประกัน คดีละเมิด เช่น อุบัติเหตุรถชน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คดีทรัพย์สินและที่ดิน เช่น ครอบครองปรปักษ์ ทางจำเป็น คดีครอบครัว เช่น ฟ้องหย่า อำนาจปกครองบุตร ค่าเลี้ยงดู และคดีมรดก เช่น ตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งมรดก ทุกกลุ่มมีจุดร่วมคือคู่ความเป็นเอกชนและผลของคดีคือการบังคับตามสิทธิหน้าที่ ไม่ใช่โทษ

กลุ่มคดีแพ่ง ตัวอย่างข้อพิพาท สิ่งที่ศาลบังคับให้
หนี้และสัญญา ยืมเงินไม่คืน ผิดสัญญาซื้อขาย ค้างค่างวดรถ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย ค่าเสียหายจากการผิดสัญญา
ละเมิด รถชน ทรัพย์สินเสียหาย ทำให้เสียชื่อเสียง ค่าสินไหมทดแทน (ป.พ.พ. ม.420)
ทรัพย์สิน–ที่ดิน แนวเขต ทางจำเป็น ครอบครองปรปักษ์ รับรองสิทธิ เพิกถอน จดทะเบียน
ครอบครัว ฟ้องหย่า สินสมรส อำนาจปกครองบุตร ค่าเลี้ยงดู เรียกค่าทดแทนจากชู้ เพิกถอน–รับรองสถานะ แบ่งทรัพย์ กำหนดค่าเลี้ยงดู
มรดก ตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งมรดก พินัยกรรม ตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งทรัพย์มรดก

ตัวอย่างในตารางเป็นการยกประเภทคดีทั่วไปเพื่ออธิบาย ไม่ได้อ้างถึงคดีจริงรายใด สำหรับคดีครอบครัวที่มีคนถามมากที่สุด เช่น ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทน และ ฟ้องหย่า เป็นคดีแพ่งตามบรรพ 5 ครอบครัว ส่วนข้อพิพาทกับไฟแนนซ์ เช่น ค้างค่างวดรถกี่งวดถึงโดนยึด เป็นคดีแพ่งประเภทคดีผู้บริโภค

คดีอาญามีอะไรบ้าง และเรื่องเดียวกันเป็นได้ทั้งแพ่งและอาญาไหม?

คดีอาญาคือความผิดที่ประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นกำหนดโทษไว้ ตัวอย่างตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ทำร้ายร่างกาย (ม.295) ลักทรัพย์ (ม.334) ฉ้อโกง ยักยอก หมิ่นประมาท และความผิดตามกฎหมายเฉพาะ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เรื่องเดียวกันเป็นได้ทั้งแพ่งและอาญา ถ้าการกระทำนั้นทั้งผิดกฎหมายอาญาและก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น เช่น รถชนโดยประมาทจนมีผู้บาดเจ็บ เป็นทั้งความผิดอาญาฐานประมาทและละเมิดทางแพ่งที่เรียกค่าสินไหมได้

สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องบางอย่างดูเหมือนคดีอาญาแต่จริง ๆ เป็นเพียงคดีแพ่ง ตัวอย่างที่คนสับสนมากที่สุดคือการยืมเงินแล้วไม่คืน ซึ่งโดยหลักเป็นการผิดสัญญากู้ยืมทางแพ่ง จะเป็นฉ้อโกงทางอาญาก็ต่อเมื่อมีการหลอกลวงด้วยข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงตั้งแต่ตอนขอยืม การไปแจ้งความในเรื่องที่เป็นแพ่งล้วน ๆ พนักงานสอบสวนอาจไม่รับเป็นคดีอาญา และการเลือกทางผิดตั้งแต่แรกทำให้เสียเวลาและอาจเสียอายุความ ในทำนองเดียวกัน การค้างค่างวดรถเป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่ความผิดอาญา แต่ถ้านำรถที่ยังผ่อนไม่หมดไปขายหรือจำนำ อาจมีประเด็นอาญาตามมาได้ ⚠️ ทนายต้องยืนยัน

เมื่อเรื่องหนึ่งเป็นทั้งแพ่งและอาญา ผู้เสียหายมีทางเลือกดำเนินคดีทั้งสองทาง และ ป.วิ.อ. มาตรา 40 ให้ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ ทนายความจะช่วยประเมินว่าทางใดคุ้มค่าและได้ผลจริงกับข้อเท็จจริงของคุณ ดูภาพรวมงานคดีอาญาของสำนักงานได้ที่ ทนายคดีอาญา

อายุความคดีแพ่งกับคดีอาญากี่ปี?

อายุความคดีแพ่งทั่วไปคือ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ในกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น แต่หลายเรื่องสั้นกว่านั้นมาก เช่น ค่าเสียหายจากละเมิด 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด (ม.448) ส่วนอายุความคดีอาญาตาม ป.อ. มาตรา 95 กำหนดตามอัตราโทษ ตั้งแต่ 1 ปีจนถึง 20 ปี และความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด (ม.96)

อายุความคดีแพ่งทั่วไป 10 ปี ละเมิด 1 ปี อายุความคดีอาญา 1 ถึง 20 ปีตามอัตราโทษ
อายุความคดีแพ่งทั่วไป 10 ปี ละเมิด 1 ปี อายุความคดีอาญา 1 ถึง 20 ปีตามอัตราโทษ
ประเภทสิทธิเรียกร้อง / ความผิด อายุความ ตัวบท
สิทธิเรียกร้องทางแพ่งทั่วไปที่กฎหมายไม่ได้กำหนดเฉพาะ 10 ปี ป.พ.พ. ม.193/30
สิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาถึงที่สุด หรือสัญญาประนีประนอมยอมความ 10 ปี ป.พ.พ. ม.193/32
ดอกเบี้ยค้างชำระ เงินผ่อนทุนคืนเป็นงวด ค่าเช่าค้างชำระ เงินเดือน ค่าอุปการะเลี้ยงดู 5 ปี ป.พ.พ. ม.193/33
ผู้ประกอบการค้าเรียกค่าของที่ส่งมอบ ค่าการงานที่ทำ และสิทธิเรียกร้องอื่นตามที่ระบุ 2 ปี ป.พ.พ. ม.193/34
ค่าเสียหายจากละเมิด 1 ปีนับแต่รู้ / ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด ป.พ.พ. ม.448
ความผิดอาญาที่มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี 20 ปี ป.อ. ม.95 (1)
ความผิดอาญาโทษจำคุกกว่า 7 ปีแต่ไม่ถึง 20 ปี 15 ปี ป.อ. ม.95 (2)
ความผิดอาญาโทษจำคุกกว่า 1 ปีถึง 7 ปี 10 ปี ป.อ. ม.95 (3)
ความผิดอาญาโทษจำคุกกว่า 1 เดือนถึง 1 ปี 5 ปี ป.อ. ม.95 (4)
ความผิดอาญาโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือโทษอย่างอื่น 1 ปี ป.อ. ม.95 (5)
ความผิดอันยอมความได้ (ต้องร้องทุกข์) 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด ป.อ. ม.96

ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือ เมื่อสิทธิเรียกร้องทางแพ่งขาดอายุความ สิทธินั้นไม่ได้หายไป แต่ลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/10 และคู่กรณีจะตกลงงดใช้ ขยาย หรือย่นอายุความไม่ได้ (ม.193/11) นอกจากนี้ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง ยังกำหนดว่าถ้าเรียกค่าเสียหายจากมูลที่เป็นความผิดอาญาซึ่งมีอายุความทางอาญายาวกว่า ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่านั้น การนับอายุความจึงต้องดูข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง ควรให้ทนายความตรวจก่อนเสมอ เพราะพลาดวันเดียวก็อาจเสียสิทธิทั้งคดี

ขั้นตอนคดีแพ่งเบื้องต้นเป็นอย่างไร?

ขั้นตอนคดีแพ่งเริ่มจากโจทก์ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้น โดยคำฟ้องต้องแสดงสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาโดยชัดแจ้ง (ป.วิ.พ. ม.172) จากนั้นศาลออกหมายส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลย โดยโจทก์ต้องร้องขอให้ส่งหมายภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง (ม.173) จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย (ม.177) แล้วจึงเข้าสู่การชี้สองสถาน สืบพยาน พิพากษา และบังคับคดีหากฝ่ายแพ้ไม่ปฏิบัติตาม

ขั้นตอนคดีแพ่งเบื้องต้น ยื่นฟ้อง ส่งหมาย ยื่นคำให้การภายใน 15 วัน สืบพยาน พิพากษา บังคับคดี
ขั้นตอนคดีแพ่งเบื้องต้น ยื่นฟ้อง ส่งหมาย ยื่นคำให้การภายใน 15 วัน สืบพยาน พิพากษา บังคับคดี
ลำดับ ขั้นตอน สาระสำคัญ ตัวบท
1 ยื่นคำฟ้อง คำฟ้องเป็นหนังสือ แสดงข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหา ป.วิ.พ. ม.172
2 ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โจทก์ร้องขอให้ส่งหมายภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง มิฉะนั้นอาจถือว่าทิ้งฟ้อง ป.วิ.พ. ม.173, ม.174
3 จำเลยยื่นคำให้การ ภายใน 15 วัน ต้องแสดงชัดแจ้งว่ารับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ข้อใด และฟ้องแย้งได้ ป.วิ.พ. ม.177
4 สืบพยาน ฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงมีภาระพิสูจน์ ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยาน ป.วิ.พ. ม.84/1, ม.88
5 คำพิพากษา ศาลวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อฟังหรือไม่ แล้วพิพากษาไปตามนั้น ป.วิ.พ. ม.104
6 บังคับคดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอบังคับคดีได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา ป.วิ.พ. ม.271

ก่อนถึงศาล หลายคดีแพ่งจบได้ด้วยการเจรจาหรือส่งหนังสือทวงถามให้ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งนอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว หนังสือทวงถามยังเป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาลว่าอีกฝ่ายผิดนัดแล้ว สำหรับคดีอาญา ขั้นตอนต่างออกไปโดยสิ้นเชิง คือเริ่มจากแจ้งความร้องทุกข์ สอบสวน อัยการสั่งฟ้อง แล้วจึงถึงศาล ซึ่งจะอธิบายแยกไว้ในหน้าคดีอาญาโดยเฉพาะ

ควรปรึกษาทนายเมื่อไหร่ และต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ควรปรึกษาทนายความทันทีที่รู้ว่าถูกโต้แย้งสิทธิ ได้รับหนังสือทวงถาม ได้รับหมายเรียกจากศาลหรือตำรวจ หรือก่อนจะไปแจ้งความหรือฟ้องเอง เพราะสามเรื่องที่ตัดสินผลคดีตั้งแต่ต้นคือ เลือกประเภทคดีถูกหรือไม่ อายุความเหลือเท่าไหร่ และหลักฐานที่มีเพียงพอต่อภาระการพิสูจน์หรือไม่ การเตรียมเอกสารมาให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกจะทำให้ทนายความประเมินได้แม่นยำและเร็วขึ้น

สิ่งที่ควรเตรียมมาปรึกษา ได้แก่ ลำดับเหตุการณ์พร้อมวันที่ สัญญาหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลักฐานการโอนเงินหรือการชำระหนี้ ข้อความสนทนาที่แสดงข้อตกลงหรือการยอมรับหนี้ หมายเรียกหรือหนังสือทวงถามที่ได้รับ และชื่อที่อยู่ของคู่กรณีเท่าที่ทราบ ในคดีอาญาให้เพิ่มบันทึกประจำวันหรือใบแจ้งความ ผลตรวจร่างกาย และรายชื่อพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ สำนักงานทนายดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 02-114-7674 หรือ LINE @thanadee.law รับว่าความทั่วประเทศผ่านการปรึกษาออนไลน์และเครือข่ายทนายท้องถิ่น

คำถามที่พบบ่อย คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร?

รวมคำถามที่คนมักค้นหาต่อจากคำว่า “คดีแพ่งคือ” และ “คดีแพ่ง อาญา คือ” พร้อมคำตอบสั้นอ้างอิงตัวบทกฎหมาย คำตอบเหล่านี้เป็นข้อมูลทั่วไป กรณีของแต่ละคนอาจมีข้อเท็จจริงที่ทำให้ผลต่างออกไป

เรื่องเดียวกันฟ้องได้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาไหม?

ได้ ถ้าการกระทำนั้นเป็นทั้งความผิดอาญาและก่อความเสียหายทางแพ่ง เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหายอาจแจ้งความดำเนินคดีอาญาและเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งไปพร้อมกันได้ โดย ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ได้ก่อนเริ่มสืบพยาน

แพ้คดีแพ่งติดคุกไหม?

โดยหลักไม่ติดคุก เพราะผลของคดีแพ่งคือการบังคับให้ชำระหนี้ ชดใช้ค่าเสียหาย หรือกระทำการตามคำพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะขอบังคับคดีกับทรัพย์สินได้ภายใน 10 ปีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 โทษจำคุกเป็นโทษของคดีอาญาตาม ป.อ. มาตรา 18 เท่านั้น

คดีแพ่งใครเป็นคนฟ้อง?

ผู้ที่ถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งเป็นผู้ยื่นฟ้องเองในฐานะโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 รัฐไม่ได้เข้ามาฟ้องแทน ต่างจากคดีอาญาที่พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28

คดีแพ่งอายุความกี่ปี?

ถ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อายุความทั่วไปคือ 10 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 แต่หลายเรื่องมีอายุความสั้นกว่านั้น เช่น ค่าเสียหายจากละเมิด 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด (มาตรา 448) และสิทธิเรียกร้องบางประเภทมีอายุความ 5 ปีหรือ 2 ปี (มาตรา 193/33 และ 193/34)

คดีอาญาต้องพิสูจน์แค่ไหนศาลถึงลงโทษ?

ป.วิ.อ. มาตรา 227 กำหนดว่าศาลจะพิพากษาลงโทษได้ต่อเมื่อแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำ หากมีความสงสัยตามสมควรให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าคดีแพ่ง

คดีแพ่งใช้เวลานานไหม?

ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี จำนวนพยาน และการอุทธรณ์ฎีกา ตัวบทกำหนดเพียงกรอบเวลาบางช่วง เช่น จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ส่วนระยะเวลารวมของแต่ละคดีควรสอบถามทนายความที่ดูสำนวนจริง

ถูกฟ้องคดีแพ่งแล้วไม่ไปศาลได้ไหม?

ไม่ควร เพราะเมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว จำเลยมีหน้าที่ยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 15 วันตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 หากเพิกเฉยอาจเสียสิทธิในการต่อสู้คดี ควรปรึกษาทนายความทันทีที่ได้รับหมาย

คดีแพ่งกับคดีอาญาต้องจ้างทนายไหม?

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีทนายความในคดีแพ่ง แต่ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก ป.วิ.อ. มาตรา 173 กำหนดให้ศาลถามจำเลยก่อนเริ่มพิจารณาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและต้องการ ศาลจะตั้งทนายความให้ ไม่ว่าคดีประเภทใด การมีทนายความช่วยวางแนวทางคดีตั้งแต่ต้นย่อมลดความเสี่ยงจากการเสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว

แหล่งอ้างอิง (ตัวบทกฎหมายจากหน่วยงานรัฐ): ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แก้ไขถึงฉบับที่ 34 พ.ศ. 2562 (สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม jla.coj.go.th) · ประมวลกฎหมายอาญา สำเนาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (เผยแพร่โดยหน่วยงานรัฐ kukud.go.th แก้ไขถึงฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564) · ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สำเนาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรมบังคับคดี led.go.th) · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำเนาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา senate.go.th)

ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะราย ผลทางกฎหมายในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ · เขียน/ตรวจสอบโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี ใบอนุญาตเลขที่ · อัปเดต 22/09/2026

มีปัญหาเรื่องนี้อยู่? ปรึกษาทนายฟรี

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทนายมีใบอนุญาตพร้อมช่วยเหลือคุณ

Share with