ทนายดีสำนักงานทนายความ
📞 02-114-7674🕒 จันทร์ - เสาร์ 08.30 - 20.00 น.📍 กรุงเทพมหานคร
⚖ ปรึกษากฎหมายฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทนายคดีเช่าซื้อรถ สู้คดีไฟแนนซ์ รถโดนยึด ปรึกษาทนายมีใบอนุญาต

ท
ตรวจสอบความถูกต้องโดย ทีมกฎหมายสำนักงานทนายดี · อัปเดตล่าสุด 21 ก.ย. 2026

คดีเช่าซื้อรถ คือข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าซื้อกับไฟแนนซ์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ที่มักเริ่มจากการค้างค่างวด ตามมาด้วยหนังสือบอกกล่าว การบอกเลิกสัญญา รถโดนยึด การขายทอดตลาด และการฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง คดีกลุ่มนี้ถูกจัดเป็นคดีผู้บริโภค และสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาโดย สคบ. ทำให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันมีสิทธิหลายอย่างที่ไฟแนนซ์ต้องปฏิบัติตามก่อนจะเรียกเงินได้ สำนักงานทนายดีรับให้คำปรึกษาและว่าความคดีเช่าซื้อรถโดยทนายความที่มีใบอนุญาต ทั้งฝั่งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน หน้านี้สรุปภาพรวมว่าไฟแนนซ์ทำอะไรได้บ้าง คุณมีสิทธิอะไร และทนายช่วยตรงไหนได้ ก่อนตัดสินใจว่าจะสู้คดีหรือเจรจา

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายจริง โทร 02-114-7674 หรือทักแชท LINE @thanadee.law ส่งหนังสือบอกกล่าวหรือหมายศาลที่ได้รับมาให้ทนายดูก่อนได้ เพื่อประเมินว่าเรื่องของคุณอยู่ในขั้นไหนและมีทางเลือกอะไรบ้าง

คดีเช่าซื้อรถคืออะไร ต่างจากคดีแพ่งทั่วไปอย่างไร

ภาพรวมคดีเช่าซื้อรถ ทนายช่วยสู้คดีไฟแนนซ์เมื่อรถโดนยึดหรือถูกฟ้อง
ภาพรวมคดีเช่าซื้อรถ ทนายช่วยสู้คดีไฟแนนซ์เมื่อรถโดนยึดหรือถูกฟ้อง

เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 คือสัญญาที่เจ้าของเอาทรัพย์ออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายหรือให้ทรัพย์ตกเป็นของผู้เช่าเมื่อชำระเงินครบตามงวด รถจึงยังเป็นของไฟแนนซ์จนกว่าจะผ่อนหมด คดีเช่าซื้อรถต่างจากคดีแพ่งทั่วไปตรงที่เป็นคดีผู้บริโภค มีกฎหมายวิธีพิจารณาเฉพาะ และมีประกาศ สคบ. คุมเนื้อหาสัญญาไว้อีกชั้นหนึ่ง

สิ่งที่ผู้ถูกฟ้องมักเข้าใจผิดคือคิดว่าคืนรถแล้วหนี้จบ หรือคิดว่าไฟแนนซ์เรียกอะไรก็ต้องจ่ายตามนั้น ในความเป็นจริง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 (มีผลกับสัญญาที่ทำตั้งแต่ 10 มกราคม 2566) กำหนดขั้นตอนที่ไฟแนนซ์ต้องทำก่อนบอกเลิกสัญญา ก่อนขายรถ และวิธีคิดยอดหนี้ที่เหลือไว้ค่อนข้างละเอียด สัญญาที่ทำก่อนวันนั้นยังใช้ประกาศฉบับ พ.ศ. 2561 ต่อไป การรู้ว่าสัญญาของคุณอยู่ใต้ประกาศฉบับไหนจึงเป็นจุดแรกที่ทนายจะตรวจ

คดีในกลุ่มนี้ที่สำนักงานรับดูแล ได้แก่ ถูกไฟแนนซ์ฟ้องเรียกค่าส่วนต่างหลังขายทอดตลาด ถูกฟ้องในฐานะผู้ค้ำประกัน รถโดนยึดโดยไม่มีหนังสือบอกกล่าวที่ถูกต้อง ต้องการเจรจาปิดบัญชีหรือซื้อรถคืน และการฟ้องกลับไฟแนนซ์ที่ไม่โอนทะเบียนให้หลังผ่อนครบ ส่วนกรณีที่มีเรื่องอาญาปนอยู่ เช่น ถูกกล่าวหาว่ายักยอกรถ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าทนายคดีอาญา

ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาและยึดรถได้เมื่อไหร่

เงื่อนไขไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถ ค้างสามงวดติดกันและหนังสือบอกกล่าวสามสิบวัน
เงื่อนไขไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถ ค้างสามงวดติดกันและหนังสือบอกกล่าวสามสิบวัน

ตามประกาศ สคบ. พ.ศ. 2565 ข้อ 5 (4) ไฟแนนซ์จะบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดค่างวดสามงวดติดต่อกัน และไฟแนนซ์มีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระค่างวดที่ค้างภายในเวลาอย่างน้อยสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ แล้วผู้เช่าซื้อยังไม่ชำระ การยึดรถโดยไม่ครบขั้นตอนนี้เป็นประเด็นที่ทนายใช้ต่อสู้ได้ในหลายคดี

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 บัญญัติเรื่องผิดนัดสองคราวติดกันไว้เป็นหลักทั่วไป แต่สัญญาเช่าซื้อรถที่ทำกับผู้บริโภคต้องใช้เงื่อนไขตามประกาศ สคบ. ซึ่งให้ความคุ้มครองมากกว่า หนังสือบอกกล่าวต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ตามสัญญา (ข้อ 5 (8)) เว้นแต่ผู้เช่าซื้อแจ้งเป็นหนังสือว่าขอรับทางอีเมล เรื่องจำนวนงวดที่ค้างและการนับวัน อ่านต่อได้ที่หน้าค้างค่างวดกี่งวดถึงโดนยึด

ขั้นตอนที่ไฟแนนซ์ต้องทำ ระยะเวลาตามประกาศ สคบ. 2565 ข้ออ้างอิง
บอกกล่าวให้ชำระค่างวดที่ค้าง ก่อนบอกเลิกสัญญา ค้างสามงวดติดกัน + ให้เวลาอย่างน้อย 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือ ข้อ 5 (4) วรรคหนึ่ง
แจ้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันให้ใช้สิทธิซื้อรถคืนก่อนขาย แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผู้เช่าซื้อใช้สิทธิได้ภายใน 20 วัน ข้อ 5 (4) ก.
แจ้งวัน สถานที่ ผู้ขาย และราคาขายครั้งแรก ก่อนประมูลหรือขายทอดตลาด ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันขาย ข้อ 5 (4) ข.
แจ้งผลการขาย ราคาที่ขายได้ ค่าใช้จ่าย และยอดที่ต้องรับผิดหรือได้คืน ภายใน 15 วันนับแต่วันขาย ข้อ 5 (4) ค.
โอนทะเบียนรถให้ผู้เช่าซื้อหลังชำระครบ ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับเอกสารครบ ข้อ 5 (2)
บอกกล่าวผู้ค้ำประกันเมื่อลูกหนี้ผิดนัด ภายใน 60 วันนับแต่วันผิดนัด ป.พ.พ. มาตรา 686

รถโดนยึดแล้วต้องทำอย่างไรก่อนรถถูกขายทอดตลาด

ขั้นตอนหลังรถโดนยึด หนังสือแจ้งสิทธิซื้อคืนก่อนไฟแนนซ์นำรถขายทอดตลาด
ขั้นตอนหลังรถโดนยึด หนังสือแจ้งสิทธิซื้อคืนก่อนไฟแนนซ์นำรถขายทอดตลาด

หลังไฟแนนซ์กลับเข้าครอบครองรถ ประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (4) ก. กำหนดให้ไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เพื่อให้ใช้สิทธิซื้อรถคืนตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ โดยได้ส่วนลดดอกเบี้ยตามขั้นบันได ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญที่ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อตรวจยอดหนี้และตัดสินใจว่าจะซื้อคืน หาคนมารับช่วง หรือปล่อยให้ขายแล้วสู้เรื่องยอดส่วนต่างต่อไป

สิทธิซื้อคืนนี้โอนให้บุคคลภายนอกได้ และถ้าผู้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิ ผู้ค้ำประกันก็ใช้สิทธิได้เช่นเดียวกัน หากไฟแนนซ์ไม่แจ้งตามขั้นตอน ประกาศกำหนดให้ไฟแนนซ์ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการไม่แจ้งนั้น นอกจากนี้ก่อนประมูลหรือขายทอดตลาด ไฟแนนซ์ต้องแจ้งชื่อผู้ขาย วัน สถานที่ และราคาที่จะขายในครั้งแรก ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และห้ามปรับลดราคาดังกล่าว เว้นแต่มีหนังสือแจ้งราคาใหม่ก่อน ไฟแนนซ์เองห้ามเข้าสู้ราคาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (ข้อ 5 (5))

เอกสารที่ควรเก็บไว้ทั้งหมดคือ ซองไปรษณีย์และหนังสือทุกฉบับที่ไฟแนนซ์ส่งมา ใบเสร็จค่างวดทุกงวด บันทึกวันเวลาและผู้ที่มายึดรถ รวมถึงภาพถ่ายสภาพรถก่อนส่งมอบ เพราะสภาพรถและราคาขายทอดตลาดที่ต่ำผิดปกติเป็นประเด็นที่ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลได้ รายละเอียดวิธีรับมือแบบทีละขั้นอยู่ที่หน้ารถโดนยึดต้องทำอย่างไร

ค่าส่วนต่างหลังรถโดนยึดต้องจ่ายเท่าไหร่

ค่าส่วนต่างหลังขายทอดตลาด ไฟแนนซ์เรียกได้เฉพาะเงินต้น ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด
ค่าส่วนต่างหลังขายทอดตลาด ไฟแนนซ์เรียกได้เฉพาะเงินต้น ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด

ถ้าขายรถได้ราคาน้อยกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดในส่วนที่ขาด ซึ่งประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (4) ให้คำนวณจากค่างวดที่ผิดนัด ค่างวดที่ยังไม่ถึงกำหนด และค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ก่อนบอกเลิกสัญญา แต่ไฟแนนซ์ต้องไม่เรียกดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดหลังบอกเลิกสัญญา และถ้าขายได้เกินมูลหนี้ ต้องคืนส่วนเกินให้ผู้เช่าซื้อ ยอดที่ไฟแนนซ์ฟ้องจึงต้องถูกตรวจทีละบรรทัดว่าถูกต้องตามนี้หรือไม่

สคบ. อธิบายสาระสำคัญข้อนี้ว่า ส่วนที่เรียกว่า “ติ่งหนี้” ตามประกาศฉบับใหม่ให้คิดได้เฉพาะเงินต้น ไม่รวมดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด สำหรับสัญญาที่ทำก่อน 10 มกราคม 2566 ซึ่งยังอยู่ใต้ประกาศฉบับ 2561 วิธีคิดยอดอาจต่างออกไป ประเด็นเรื่องเบี้ยปรับก็มีเพดาน คือประกาศข้อ 6 (2) ห้ามคิดเบี้ยปรับผิดนัดเกินร้อยละห้าต่อปีของยอดที่ผิดนัด ส่วนคำถามว่าศาลจะลดยอดที่ไฟแนนซ์เรียกลงได้แค่ไหน ขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี อ่านเพิ่มที่หน้าค่าส่วนต่างหลังรถโดนยึด

ผ่อนค่างวดมาแล้ว ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด (ปิดบัญชี / ซื้อคืน)
ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนงวดตามสัญญา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
เกินกว่า 2 ใน 3 ลดทั้งหมด

ตารางส่วนลดข้างต้นมาจากประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (9) และใช้ทั้งกรณีขอปิดบัญชีก่อนกำหนดและกรณีใช้สิทธิซื้อรถคืนหลังถูกยึด ประกาศฉบับเดิม พ.ศ. 2561 ให้ส่วนลดไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เพียงอัตราเดียว

โดนไฟแนนซ์ฟ้องต้องขึ้นศาลไหน และมีขั้นตอนอย่างไร

โดนไฟแนนซ์ฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค ต้องฟ้องที่ศาลภูมิลำเนาผู้เช่าซื้อ
โดนไฟแนนซ์ฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค ต้องฟ้องที่ศาลภูมิลำเนาผู้เช่าซื้อ

คดีที่ไฟแนนซ์ฟ้องผู้เช่าซื้อเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 17 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่ผู้บริโภคมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลเท่านั้น เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง สิ่งแรกคือดูวันนัดพิจารณาในหมาย แล้วรีบนำเอกสารทั้งชุดไปปรึกษาทนายก่อนวันนัด เพราะการไม่ไปศาลอาจทำให้ศาลพิจารณาไปฝ่ายเดียวได้

ขั้นตอนโดยทั่วไปของคดีผู้บริโภคเริ่มจากวันนัดพิจารณาซึ่งศาลจะให้คู่ความไกล่เกลี่ยก่อน หากตกลงกันได้ก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากตกลงไม่ได้จึงยื่นคำให้การและสืบพยานต่อไป ผู้เช่าซื้อที่มีข้อต่อสู้ เช่น ไฟแนนซ์ไม่ส่งหนังสือบอกกล่าวให้ถูกต้อง ยอดหนี้คำนวณเกินกว่าที่ประกาศ สคบ. อนุญาต หรือขายรถต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น ควรให้ทนายยกขึ้นในคำให้การให้ครบ เพราะประเด็นที่ไม่ได้ยกไว้อาจนำมาสู้ในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้

สำหรับผู้บริโภคที่เป็นฝ่ายฟ้องไฟแนนซ์เอง เช่น ฟ้องให้โอนทะเบียนหลังผ่อนครบ มาตรา 18 ของพระราชบัญญัติเดียวกันยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงให้ผู้บริโภค และมาตรา 20 ให้ฟ้องด้วยวาจาได้ ผลการเจรจาหรือคำพิพากษาในคดีเช่าซื้อรถแต่ละคดีต่างกันตามข้อเท็จจริง สำนักงานไม่รับประกันผลคดี แต่ช่วยให้คุณเข้าศาลด้วยข้อมูลและข้อต่อสู้ที่ครบถ้วน

ผู้ค้ำประกันรถต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง

สิทธิผู้ค้ำประกันรถ ไฟแนนซ์ต้องบอกกล่าวภายในหกสิบวันและห้ามให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
สิทธิผู้ค้ำประกันรถ ไฟแนนซ์ต้องบอกกล่าวภายในหกสิบวันและห้ามให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม

ผู้ค้ำประกันรับผิดตามมูลหนี้ในสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 กำหนดว่าข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ ส่วนมาตรา 686 กำหนดให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นหลังพ้นกำหนดนั้น

ประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (10) ยังบังคับให้สัญญาค้ำประกันมี “คำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกัน” ไว้หน้าสัญญา ซึ่งระบุสิทธิสำคัญ เช่น ผู้ค้ำประกันขอให้ไฟแนนซ์เรียกผู้เช่าซื้อชำระก่อนได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผู้เช่าซื้อยังมีทางชำระหนี้ ไฟแนนซ์ต้องบังคับจากทรัพย์สินของผู้เช่าซื้อก่อน และถ้าไฟแนนซ์ลดหนี้ให้ผู้เช่าซื้อ ผู้ค้ำประกันก็รับผิดเฉพาะยอดที่ลดแล้ว ผู้ค้ำประกันยังมีสิทธิซื้อรถคืนหลังถูกยึดในเงื่อนไขเดียวกับผู้เช่าซื้อด้วย

คนที่ถูกฟ้องในฐานะผู้ค้ำประกันมักเป็นญาติหรือเพื่อนที่เซ็นให้โดยไม่ได้อ่านสัญญา ทนายจะตรวจก่อนว่าไฟแนนซ์ส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำประกันเมื่อไหร่ สัญญาค้ำประกันมีคำเตือนตามที่ประกาศกำหนดหรือไม่ และยอดที่ฟ้องผู้ค้ำประกันตรงกับยอดที่ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดจริงหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้มีผลต่อจำนวนเงินที่ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดโดยตรง

ทนายคดีเช่าซื้อรถช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายช่วยตรวจว่าไฟแนนซ์ทำครบทุกขั้นตอนตามประกาศ สคบ. หรือไม่ ตรวจยอดหนี้ที่ฟ้องเทียบกับตารางแสดงภาระหนี้ท้ายสัญญา ยกข้อต่อสู้ในคำให้การ เจรจาไกล่เกลี่ยกับไฟแนนซ์ในศาล และว่าความในชั้นสืบพยานหากตกลงกันไม่ได้ ในฝั่งผู้เช่าซื้อที่ต้องการฟ้องไฟแนนซ์ ทนายช่วยร่างคำฟ้องและรวบรวมพยานหลักฐานให้ตรงประเด็นตั้งแต่ต้น

  • ก่อนถูกฟ้อง — ตรวจหนังสือบอกกล่าว คำนวณยอดปิดบัญชีหรือซื้อคืนพร้อมส่วนลดตามประกาศ ร่างหนังสือโต้แย้งยอดหนี้ และเจรจากับไฟแนนซ์แทนคุณ
  • เมื่อได้รับหมายศาล — ประเมินข้อต่อสู้ ยื่นคำให้การภายในกำหนด เข้าไกล่เกลี่ยพร้อมข้อเสนอที่มีตัวเลขรองรับ และสืบพยานหากจำเป็น
  • ผู้ค้ำประกัน — ตรวจสิทธิตามมาตรา 681/1 และ 686 คำเตือนท้ายสัญญาค้ำประกัน และขอบเขตความรับผิดที่แท้จริง
  • หลังมีคำพิพากษา — ให้คำปรึกษาเรื่องการชำระหนี้ตามคำพิพากษาและการบังคับคดี

คดีที่มีเรื่องอื่นเกี่ยวพัน สำนักงานดูแลได้ครบทั้งคดีครอบครัว เช่น รถที่ผ่อนระหว่างสมรสเมื่อต้องแบ่งสินสมรสตอนฟ้องชู้หรือฟ้องหย่า และคดีมรดก เมื่อผู้เช่าซื้อเสียชีวิตระหว่างผ่อนรถและทายาทต้องตัดสินใจว่าจะรับช่วงสัญญาต่อหรือไม่

จ้างทนายสู้คดีไฟแนนซ์ต้องเตรียมเอกสารอะไร

เอกสารหลักคือสัญญาเช่าซื้อพร้อมตารางแสดงภาระหนี้ท้ายสัญญา สัญญาค้ำประกัน (ถ้ามี) ใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระค่างวดทุกงวด หนังสือบอกกล่าวและซองไปรษณีย์ทุกฉบับ หนังสือแจ้งการขายทอดตลาดและผลการขาย หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ยิ่งเอกสารครบ ทนายยิ่งประเมินข้อต่อสู้และตัวเลขที่ควรเจรจาได้แม่นยำในการปรึกษาครั้งแรก

  1. สัญญาเช่าซื้อ ตารางแสดงภาระหนี้ และเอกสารแนบท้ายทั้งหมด
  2. หลักฐานการชำระค่างวด สลิปโอน หรือรายการเดินบัญชี
  3. หนังสือทวงถาม หนังสือบอกกล่าว หนังสือบอกเลิกสัญญา พร้อมซองที่ระบุวันส่ง
  4. หนังสือแจ้งสิทธิซื้อคืน หนังสือแจ้งวันขายทอดตลาด และหนังสือแจ้งผลการขาย
  5. ภาพถ่ายสภาพรถ เลขไมล์ และบันทึกเหตุการณ์วันที่รถถูกยึด
  6. หมายเรียก สำเนาคำฟ้อง และเอกสารท้ายฟ้องของไฟแนนซ์
  7. สำหรับผู้ค้ำประกัน: สัญญาค้ำประกันและหนังสือบอกกล่าวที่ส่งถึงตนเอง

ค่าบริการขึ้นกับความยุ่งยากของคดี จำนวนนัด และศาลที่ต้องเดินทางไป สำนักงานจะแจ้งตัวเลขและขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง โทร 02-114-7674 หรือ LINE @thanadee.law เพื่อนัดส่งเอกสารให้ทนายประเมินเบื้องต้น

อายุความคดีเช่าซื้อรถกี่ปี

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 กำหนดอายุความทั่วไปสิบปีเมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะ ส่วนมาตรา 193/34 (6) กำหนดอายุความสองปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าสังหาริมทรัพย์ที่เรียกเอาค่าเช่า ข้อเรียกร้องของไฟแนนซ์แต่ละรายการจึงอาจมีอายุความต่างกัน ขึ้นกับว่าเป็นค่างวดที่ค้าง ค่าขาดราคา หรือค่าเสียหายอื่น ทนายจะตรวจวันที่ผิดนัดและวันฟ้องเพื่อดูว่ายกอายุความขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่

ประเภทข้อเรียกร้อง อายุความ ฐานกฎหมาย
ผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า 2 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6)
ค่าขาดราคาหรือค่าเสียหายอื่นจากการเลิกสัญญาเช่าซื้อ 10 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/30
สิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาถึงที่สุด หรือสัญญาประนีประนอมยอมความ 10 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/32

การจัดประเภทข้อเรียกร้องแต่ละรายการว่าตกอยู่ในอายุความสองปีหรือสิบปี เป็นเรื่องที่ศาลวินิจฉัยตามลักษณะของหนี้ในแต่ละคดี อายุความเป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยต้องยกขึ้นเอง ศาลไม่ยกให้ จึงควรให้ทนายตรวจตั้งแต่ก่อนยื่นคำให้การ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องคดีเช่าซื้อรถ

คืนรถให้ไฟแนนซ์เองแล้วหนี้จบไหม

ไม่จำเป็นต้องจบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ให้ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการส่งมอบทรัพย์คืน แต่ยอดหนี้ที่เหลือหลังไฟแนนซ์ขายรถยังเป็นประเด็นที่ต้องดูตามสัญญาและประกาศ สคบ. ควรให้ทนายตรวจเงื่อนไขก่อนตัดสินใจคืนรถ

รถโดนยึดแล้วยังต้องจ่ายอีกไหม

หากขายทอดตลาดได้น้อยกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาด ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตามประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (4) ข. แต่ไฟแนนซ์ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดหลังบอกเลิกสัญญา และต้องคืนส่วนเกินถ้าขายได้มากกว่ายอดหนี้

ไฟแนนซ์มายึดรถโดยไม่มีหนังสือแจ้งได้ไหม

สำหรับสัญญาที่อยู่ใต้ประกาศ สคบ. 2565 ไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระค่างวดที่ค้างภายในอย่างน้อยสามสิบวันก่อนจึงบอกเลิกสัญญาได้ การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนเป็นข้อต่อสู้ในคดี ส่วนผลทางกฎหมายในแต่ละกรณีขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจศาล

ค้างค่างวดรถแล้วติดคุกไหม

การค้างค่างวดเป็นหนี้ทางแพ่ง ไม่มีโทษจำคุก แต่การนำรถไปจำนำ ขายต่อ หรือทำให้ไฟแนนซ์ติดตามรถไม่ได้ อาจถูกกล่าวหาเป็นความผิดอาญาแยกต่างหาก หากมีเรื่องแบบนี้ควรปรึกษาทนายคดีอาญาทันที

ไฟแนนซ์ฟ้องที่ศาลไหน ต้องเดินทางไกลไหม

พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 17 ให้ผู้ประกอบธุรกิจฟ้องผู้บริโภคได้เฉพาะศาลที่ผู้บริโภคมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หากถูกฟ้องที่ศาลอื่น ทนายจะตรวจเรื่องเขตอำนาจศาลให้เป็นประเด็นแรก

เป็นผู้ค้ำประกันรถ ต้องจ่ายเท่ากับผู้เช่าซื้อไหม

ผู้ค้ำประกันรับผิดตามมูลหนี้ในสัญญาเช่าซื้อ และข้อตกลงที่ให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 นอกจากนี้ถ้าไฟแนนซ์ไม่บอกกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันผิดนัดตามมาตรา 686 ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดหลังจากนั้น

ปิดบัญชีก่อนกำหนดได้ส่วนลดดอกเบี้ยเท่าไหร่

สัญญาที่ทำตั้งแต่ 10 มกราคม 2566 ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดตามขั้นบันได คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ร้อยละ 70 หรือทั้งหมด ตามสัดส่วนงวดที่ผ่อนมาแล้ว ตามประกาศ สคบ. 2565 ข้อ 5 (9) สัญญาก่อนหน้านั้นใช้อัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ตามประกาศ พ.ศ. 2561

ไม่ไปศาลตามหมายเรียกคดีไฟแนนซ์จะเป็นอย่างไร

ศาลอาจพิจารณาและพิพากษาไปโดยที่คุณไม่มีโอกาสยกข้อต่อสู้ใด ๆ แม้ยอดที่ไฟแนนซ์ฟ้องอาจสูงกว่าที่ประกาศ สคบ. อนุญาต การนำหมายและคำฟ้องมาปรึกษาทนายก่อนวันนัดจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการปล่อยผ่าน

ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไปที่เรียบเรียงจากประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของคดีแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาล ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงตามการแก้ไขกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของท่านเป็นรายกรณี

มีปัญหาเรื่องนี้อยู่? ปรึกษาทนายฟรี

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทนายมีใบอนุญาตพร้อมช่วยเหลือคุณ

Share with